Share :

‘เมตตาภาวนา’ ดูแลทุกข์ในใจด้วย ‘สติ สัมปชัญญะ เมตตา กรุณา และความกล้าหาญ’

“หายใจเข้า รับรู้ว่าหายใจเข้า

หายใจออก ยิ้มออกมาจากหัวใจของเรา”

ถ้อยคำนำภาวนาของพระอาจารย์โชติก อภิชาโต ที่กล่าวขึ้นเป็นระยะๆ ช่วยนำทางผู้ฝึกปฏิบัติที่กำลังนอนภาวนาให้กลับมารู้สึกตัว อยู่กับลมหายใจ อยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่หลงทางไปกับความคิดต่างๆ

‘เมตตาภาวนา’ เป็นคอร์สเจริญสติและสมาธิที่พระอาจารย์โชติก อภิชาโต ริเริ่มขึ้นจากประสบการณ์การฝึกปฏิบัติภาวนา มุ่งหมายการให้ผู้ปฏิบัติพัฒนาคุณสมบัติ 5 ประการ ได้แก่ สติ สัมปชัญญะ ความเมตตา ความกรุณา และความกล้าหาญ ให้มีกำลังเพื่อดูแลความทุกข์ในใจ มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้คนรายรอบ โดยใช้การยิ้มเป็นเครื่องมือ

💚 เติมกำลังให้เมตตา กรุณา ด้วยรอยยิ้ม

สติ คือ การระลึกรู้ได้ ทำให้อยู่กับปัจจุบัน

สัมปชัญญะ คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น รู้ว่าควรทำอะไร และทำอย่างไร

เมตตา คือ ความปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น

กรุณา คือ ความปรารถนาที่จะช่วยให้ตนเองและผู้อื่นเป็นสุข

ความกล้าหาญ คือ ความกล้าเผชิญและยอมรับความเป็นจริง

ก่อนเริ่มภาวนา พระอาจารย์ชวนทุกคนทบทวนความเข้าใจในความหมายของคุณสมบัติทั้ง 5 เพื่อจะได้พัฒนาได้ถูกต้อง แล้วเริ่มเดินภาวนาด้วยใจที่ผ่อนคลาย สบายๆ พร้อมกับยิ้มไปด้วย เมื่อได้ยินเสียงระฆังให้หยุดเดินและยิ้ม รับรู้ทั้งสิ่งเร้าภายนอกและความคิดภายในด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น เพื่อเสริมสร้างกำลังของสติ สัมปชัญญะ เมตตา และกรุณา แล้วเดินต่อ

💚 นอนภาวนา เยียวยาทุกข์ในใจ

เดินภาวนาราว 30-40 นาที เปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นการนอนภาวนาในท่าที่ผ่อนคลาย สบายๆ พระอาจารย์จะนำภาวนาไปทีละขั้น เริ่มจากการรับรู้และขอบคุณร่างกายไปทีละส่วนด้วยรอยยิ้ม ทบทวนและขอบคุณความคิด ความรู้สึกของเรา ทั้งดีและไม่ดีในอดีต ทบทวนและขอบคุณบทบาทความเกื้อกูลของเราต่อครอบครัว สังคม และโลก จนมาถึงขั้นตอนสำคัญ คือการเผชิญหน้าและยิ้มให้กับทุกข์ในใจ

ในขั้นตอนนี้ พระอาจารย์ชวนเราระลึกถึงเหตุการณ์หรือบุคคลที่เมื่อนึกถึงแล้วนำมาซึ่งความทุกข์ อาจจะเป็นความเศร้า ความโกรธ ความขุ่นเคือง ให้อยู่กับอารมณ์เหล่านั้น แล้วยิ้มให้ด้วยพลังแห่งเมตตา กรุณา และความกล้าหาญ ขณะหายใจสบายๆ ผ่อนคลาย เสร็จแล้วลุกขึ้นนั่งแผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น

💚 โอบกอดทุกข์ในใจด้วยรอยยิ้ม

“ยิ้มให้กับความรู้สึกทุกข์แล้วยังไงต่อ ยิ้มแล้วทุกข์จะหายไปหรือ?”

ใครคนหนึ่งถามขึ้นหลังจบการภาวนา ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการแบ่งปันประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติ และซักถามจุดที่ติดขัดหรือสงสัย เพื่อเป็นแนวทางนำไปฝึกปฏิบัติด้วยตนเองที่บ้าน ในชีวิตประจำวัน

พระอาจารย์อธิบายว่า ยิ้มที่ออกมาจากใจจะพัฒนาคุณภาพของใจให้เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา ยิ้มนั้นจะโอบกอดความทุกข์ในใจ ทำให้ใจเราเบาสบาย ยังไม่ต้องคิดหาสาเหตุของทุกข์ที่เป็นเรื่องภายนอก เพียงรับรู้และยิ้มให้ เน้นทำงานกับทุกข์ภายใน ให้หมั่นรักษารอยยิ้มและคุณสมบัติทั้ง 5 ไว้อยู่เสมอเมื่อเจอทุกข์ จะช่วยเพิ่มกำลังของคุณสมบัติทั้ง 5 ประการ

เมื่อความทุกข์ภายในคลายลง การทำงานกับความทุกข์ภายนอกจะง่ายขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

วันแห่งสติ

บรรณบำบัด

เติมสุขให้ใจ