เสียงทุ้มกังวานฟังสบายของเครื่องดนตรีทิเบต และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของธูปกำยาน ช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้ร่วมกิจกรรมที่กำลังโรยทรายสีลงบนภาพ รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และมีสมาธิกับงานศิลปะภาวนาตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น
“เราเห็นว่าตัวเองกัดฟันตลอด ปวดแก้มมาก เกร็ง อยากให้มันดี อยากให้มันสวย เห็นตัวเองว่าเราเป็นคนติดดี ทำอะไรก็อยากให้มันออกมาดี”
ใครคนหนึ่งสะท้อน หลังจากจดจ่อกับการโรยทรายสีต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพมันดาลามาพักใหญ่ เมื่อรู้ตัว อาการเกร็งจึงเริ่มคลาย ใจก็เบาสบายขึ้น
‘มันดาลาทราย’ หรือ Sand Mandala เป็นศิลปะภาวนาอันเก่าแก่ของชาวพุทธวัชรยานในทิเบต โดยใช้ทรายสีสร้างลวดลายวงกลมอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลและความสมดุล หลังจากสร้างเสร็จจะมีพิธีทำลายลวดลายทิ้ง กวาดทรายบนภาพลงในภาชนะ แล้วนำไปโปรยในแม่น้ำคืนสู่ธรรมชาติ เป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้ถึงสัจธรรมของความไม่เที่ยงและการปล่อยวาง
เชื่อมโยงใจ สู่ความสงบภายใน
กระบวนการทำมันดาลาทรายเป็นเหมือนการเดินทางภายในจิตใจ ที่พาเรากลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง เพื่อรู้จักและเข้าใจตัวเราเองมากขึ้น โดยใช้กรวยโลหะเรียกว่า ‘จักปูร์ (chak-pur)’ ตักทรายสีเก็บไว้ข้างใน แล้วใช้เครื่องขูดไม้ หรือ ‘ชิงกา (shing-ga)’ ขูดจักปูร์ให้เกิดแรงสั่นสะเทือนแล้วปล่อยเม็ดทรายค่อยๆ ไหลออกมา โดยเริ่มจากลวดลายวงกลมตรงกลางก่อน แล้วขยายสู่วงรอบนอก
แต่ละขณะที่ขูดจักปูร์ให้ทรายสีไหลออกมาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ คือชั่วขณะของสมาธิและความสงบในจิตใจ ความคิดฟุ้งซ่านจะค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงการรับรู้ในปัจจุบัน
ปล่อยวางจากเม็ดทรายที่ถูกทำลาย
เมื่อภาพที่เราเพียรสร้างเสร็จสมบูรณ์ สวยงาม พิธีการทำลายภาพจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อสอนให้เราเรียนรู้ถึงความจริงของชีวิตที่ว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
การทำลายมันดาลาทรายจึงเป็นเหมือนการฝึกปล่อยวาง ให้เราเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว ความสุขหรือความทุกข์ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อเรายอมรับความจริงข้อนี้ได้ ใจเราจะเบาสบาย ความทุกข์จะคลาย และมีความสุขง่ายขึ้น
ผู้ร่วมกิจกรรมคนหนึ่งสะท้อนว่า เธอได้เรียนรู้การปล่อยวางตั้งแต่ภาพยังไม่เสร็จเสียอีก เนื่องจากขณะโรยทรายสีลงบนวงกลมวงแรก ผ้าคลุมไหล่ของเธอมาเกี่ยวขอบภาพแล้วกระตุกให้ทรายบนภาพไหลมารวมกัน แวบแรกเธอรู้สึกเสียดาย ซ้ำยังหงุดหงิดตัวเองที่พกพาสัมภาระรุงรังจนเกิดเรื่อง แต่เมื่อ ‘รู้สึกตัว’ เธอค่อยๆ สวดมนต์ ภาวนา พาใจกลับมาจากความคิด ค่อยๆ ปล่อยวาง แล้วกลับมาทำต่อจนภาพเสร็จออกมาสวยงาม
“พอเรามีสติ เราจะรู้ว่าไม่เป็นไร ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ เปรียบเสมือนชีวิตคนเรา อย่ามัวติดกับความผิดหวังแล้วไม่ก้าวเดินต่อ เมื่อเหนื่อยก็หยุดพัก แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป”
มันดาลาทรายสอนให้เธอเรียนรู้ว่า ชีวิตย่อมมีอุปสรรคเกิดขึ้น และเราก้าวข้ามผ่านได้เสมอ